วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6
( วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561)




ความรู้ที่ได้รับ 

 วันนี้อาจารย์อาจารย์ได้ทบทวนและอธิบายเกี่ยวกับทฤษฤีการเรียนรู้ของนักการศึกษา ดังนี้
เพียเจท์ (การเรียนรู้ด้านสติปัญญา)  ธอร์นไดด์ (การเรียนรู้จากรูปธรรม นามธรรม )
สกินเนอร์ (การเสริมแรง) บรูเนอร์


หลักของเพียเจท์ 

เพียเจท์ได้แบ่งพัฒนาการทางคณิตศาตร์สำหรับเด็กดังนี้
1.ความรู้ทางกายภาพ เช่น เครื่องเล่นสนาม บล้อคต่างๆ
2.ความรู้ด้านเหตุผลทางคณิศาสตร์ เช่น การแบ่งสี

 หลักของบรูเนอร์ 

1. ขั้นการเรียนรู้จากการกระทำ 
คือ ขั้นของการเรียนรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งต่างๆการลงมือกระทำช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ดี การเรียนรู้เกิดจากการกระทำ
2. ขั้นการเรียนรู้จากความคิด 
เป็นขั้นที่เด็กสามารถสร้างมโนภาพในใจได้ และสามารถเรียนรู้จากภาพแทนของจริงได้
3. ขั้นการเรียนรู้สัญลักษณ์และนามธรรม  
เป็นขั้นการเรียนรู้สิ่งที่ซับซ้อนและเป็นนามธรรมได้

หลักของธอร์นไดด์

ได้เสนอกฎการเรียนรู้ที่สำคัญ 3 กฎ คือ 
1.กฎแห่งความพร้อม
2. กฎแห่งการฝึกหัด
3. กฎแห่งผล 

ขอบข่ายหลักสูตรคณิศาสตร์ในระดับปฐมวัย

1. การนับ (Counting) เช่น การนับรองเท้าของเพื่อนในห้อง การนับจำนวนเพื่อนในห้อง การนับจำนวนเลข
การนับวันเดือนปี การนับรูปภาพ การนับนิ้ว

2. ตัวเลข (Number) เช่น การอ่านวันที่ การชั่งน้ำหนักส่วนสูง

3. การจับคุ่ (Mateting) เช่น จับคู่สิ่งของที่เหมือนกัน การจับคู่ภาพ การจับคู่สิ่งที่ตรงข้ามกัน

4. การจัดประเภท (Classification) เช่น การจัดหมวดหมู่ เช่น ของใช้ ของเล่น เครื่องแต่งกาย

5. การเปรียบเทียบ (Compaarning) เช่น การเปรียบเทียบราคาสินค้า การเปรียบเทียบน้ำหนักส่วนสูง การเปรียบเทียบขนาดสิ่งของ การเปรียบเทียบจำนวนผู้หญิงผู้ชาย 

6. การจัดลำดับ (Ordering) เช่น การจัดลำดับจากมากไปน้อย จัดลำดับส่วนสูง 

7. รูปทรงเเละพื้นที่ (Shape and Space) เช่น รูปทรงเลขาคณิต รูปทรงของสิ่งของต่าง กิจกรรมทายขนาดรูปทรงให้เด็กได้ทายโดยคุณครูนำรูปทรงต่างๆมาให้เด็กๆดู

8. การวัด (Measurement) เช่น การวัดน้ำหนักส่วนสูง กิจกรรมให้เด็กได้ของวัดสิ่งของรอบๆตัวเช่น วัดขนาดของกระหนังสือ วัดขนาดของดินสอ

9. เซค (Set) เช่น การจัดกลุ่มเด็กผมสั้นเด็กผมยาว การจัดกลุ่มสิ่งของ การจัดหลุ่มเด็กผู้ชายเด็กผู้หญิง

10. เศษส่วน (Fraction) เช่น การแบ่งชิ้นของขนม 

11. การทำตามเเบบหรือตามลวดลาย (Patterning) เช่น การวาดรูปตามเส้นปะ การวาดภาพตามแบบตัวอย่าง

12. การอนุรักษ์ หรือ การคงที่ด้านปริมาณ (Conservation) เช่น การนำสิ่งของที่เหลือใช้มาทำเป็นของเล่น


  หลักการพัมนาความสามรถทางคณิคศาสตร์ตามแนวทางการจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์แก่เด็กปฐมวัย

1).เด็กเรียนจากประสบการณ์ตรงจากของจริง เริ่มจากการสอนรูปธรรม คือ
      1.1  ขั้นใช้ของจริง    
      1.2  ขั้นใช้รูปภาพแทนของจริง   
      1.3  ขั้นกึ่งรูปภาพ
      1.4  ขั้นนามธรรม

2.)   เริ่มจากสิ่งที่ง่ายๆใกล้ตัวเด็กจากง่ายไปหายากเช่น การบอกชื่อสัตว์   การบอกวันและเวลา  รูปทรงภาชนะที่ใส่อาหาร   ชุดเครื่องแต่งกาย
3.) สร้างความเข้าใจและรู้ความหมายมากกว่าให้จำ   เช่น  จานจะมีรูปทรงกลม ทรงรี ไว้ใช้ใส่อาหารที่เด็กๆรับประทานกันอยู่ทุกวัน   แก้วน้ำ จะมีรูปทรงกระบอก เอาไว้ใส่น้ำ
4.) ให้คิดจากปัญหาในชีวิตประจำวันของเด็กเพื่อขยายประสบการณ์ให้สัมพันธ์กับประสบการณ์เดิม  เช่น การรับประทานอาหารด้วยตนเอง เม่ิ่อเด็กมาโรงเรียนต้องฝึกจับช้อน-ส้อมด้วยตัวเอง  การจับดินสอในการเขียนชื่่อตัวเอง 
5.)  จัดกิจกรรมให้เกิดความสนุกสนานและได้รับความรู้ไปด้วย  เช่น กิจกรรมการทำขนมปัง ได้รู้วิธีการทำและอุปกรณ์ใการทำ   กิจกรรมเต้นตามจังหวะเครื่่องดนตรี  ได้รู้จักเครื่องดนตรีและได้เคลื่อนไหวร่างกาย
6.) จัดกิจกรรมให้เข้าใจในขั้นตอนให้มีประสบการณ์ให้มาก แล้วสรุปกฎเกณฑ์เพื่อจำเป็นอันดับสุดท้าย  เช่น  กิจกรรมทำโมบาย ต้องทำตามขั้นตอนเพื่อให้ทำโมบายได้   กิจกรรมการระบายสีด้วยการปั้มหมึกสีมาระบายบนรูปภาพ
7.) จัดกิจกรรมทบทวน การตั้งคำถามจากกิจกรรมที่ทำให้เด็กได้คิดและได้ตอบ 


การประเมิน 

ประเมินตนเอง: วันนี้ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนค่ะ
ประเมินเพื่อน : วันนี้เพื่อนๆตั้งใจเรียนค่ะแต่อาจจะมีบางกลุ่มคุยกันเสียงดังบ้าง
ประเมินอาจารย์: อาจารย์สอนรู้เรื่ิองเข้าใจค่ะ







วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5
(วันศุกร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 )


ความรู้ที่ได้รับ

  วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษานำเสนอบทความ และ วิจัย อาจารย์ได้ให้คำแนะนำกับการนำเสนอ
บทความ ว่านำเสนออย่างอย่างให้น่าสนใจและคนอื่นเข้าใจได้ง่าย เช่น การใช้ power-point จะให้
เข้าใจและมองเห็นภาพมากยิ่งขึ้น และการใช้ภาษาในการนำเสนอ และก่อนนำเสนอต้องบอก
ชื่อและที่มาของบทความและวิจัยก่อน








นางสาวรุ่งฤดี โสดา นำเสนอบทความเรื่อง  คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ผู้แต่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี ไสยวรรณ 

การจัดการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กควรเน้นการให้เด็กได้มีโอกาสจัดกระทำ กับวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เพราะเด็กในวัยนี้เรียนรู้โดยอาศัยประสาทสัมผัสรับรู้และการเคลื่อนไหว เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญญา การจัดการเรียนรู้เน้นให้เด็กได้พัฒนาประสาทสัมผัสให้มากที่สุด และกระตุ้นให้เด็กได้คิดและมีโอกาสจัดกระทำ หรือลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสแตะต้อง ได้เห็นสิ่งต่าง ๆ หรือเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ โดยผ่านประสาทสัมผัสแตะต้อง ได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ รอบตัว
การจัดการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยหมายถึง การจัดสภาพการณ์ในชีวิตประจำวันของเด็กเป็นฐานการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งครูต้องวางแผนการจัดการเรียนรู้เป็นอย่างดี ประกอบด้วยกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กค้นคว้า แก้ปัญหา พัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์และความคิดรวบยอด ที่เหมาะสมกับระดับพัฒนาการ เด็กแต่ละวัยจะมีความสามารถเฉพาะ เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง บรรยากาศการเรียนต้องไม่เคร่งเครียดเด็กรู้สึกสบายๆในขณะเรียน เห็นความสัมพันธ์ของคณิตศาสตร์ในธรรมชาติ บ้าน โรงเรียน กิจกรรมสอดคล้องกับชีวิตประจำวันและเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมจะช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์และความคิดรวบยอดได้ดีขึ้น
    ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ประกอบด้วยความสามารถต่างๆดังนี้
    1. การจำแนกประเภท
    1. การจัดหมวดหมู่
    1. การเรียงลำดับ
    1. การเปรียบเทียบ
    1. รูปร่างรูปทรง
    1. พื้นที่
    1. การชั่งตวงวัด
    1. การนับ
    1. การรู้จักตัวเลข
    1. รู้จักความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนกับตัวเลข
    1. เวลา
    1. การเพิ่มและลดจำนวน


จำนวนและตัวเลข เด็กปฐมวัยหากได้เรียนรู้จากการปฏิบัติโดยการใช้สื่อของจริงจะส่งผลให้มีทักษะการรับรู้เชิงจำนวนเนื่องจากธรรมชาติได้สร้างให้สมองของเด็กมีบริเวณที่เกี่ยวข้อง กับการรับรู้เชิงจำนวน ส่วนของสมองอย่างน้อย 3 บริเวณที่เกี่ยวข้องกับทักษะการรับรู้เชิงจำนวน สองส่วนแรกอยู่ที่สมองทั้งซีกซ้ายและขวาเกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ตัวเลข และบริเวณที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบจำนวน และบริเวณสุดท้ายอยู่ที่สมองซีกซ้ายคือ ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการนับปากเปล่าและความจำเกี่ยวกับจำนวน การคำนวณ โดยสมองทั้ง 3 ส่วนจะทำงานร่วมกัน พัฒนาการด้านการรับรู้เชิงจำนวนและคณิตศาสตร์เริ่มตั้งแต่ปฐมวัยและพัฒนาเรื่อยไปจนถึงวัยผู้ใหญ่


นางสาวรัตนา พงษา นำเสนอวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

 สรุป หลักการในการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สําหรับเด็กปฐมวัยนั้น มีดังนี้ สอนให้สอดคล้องกบพัฒนาการและชีวิตประจําวันของเด็กเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการทํากิจกรรมและมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นเรียนให้มากที่สุด ให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงจากกิจกรรมที่ง่ายไปหายากจนสามารถค้นพบและสามารถสร้างความรู้ ได้ด้วยตนเอง โดยใช้กิจกรรมและสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายและมีความเป็นรูปธรรมครูมีบทบาทในการจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผอนคลายเป็นกันเองไม่ เคร่งเครียด โดยมี การวางแผนอยางเป็นขั้นตอนและชัดเจนเริ่มจากง่ายไปหายากจากวัสดุของจริงไปสู่สัญลักษณ์


  หลังจากที่เพื่อนนำเสนอเสร็จแล้วอาจารย์ได้แจกกระดาษให้คนละ1แผ่น โดยให้พวกเราดูว่า
กระดาษมีมากกว่าหรือน้อยกว่าจำนวนคน และอาจารย์ได้ให้ออกไปเขียนเป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์


 ** 

กระดาษมีมากกว่าคนอยู่ 4 แผ่น

กระดาษ > คน = 4 แผ่น
   21       > 17  =  4แผ่น
   21    - 17 = 4 




  


อาจารย์บอกว่าการที่เราจะทำให้เป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์เลยอาจจะอยาก
เกินไปสำหรับเด็ก อาจารย์เลยเขียนว่า ใครที่ชอบกินส้มตำ หรือ ลาบไก่ ให้พวกเรา
ออกไปเขียนทำให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่ามีคนชอบทานส้มตำมากกว่าลาบไก่กิจกกรมนี้สามรถนำไปใช้กับเด็กได้เพราะจะทำให้เด็กเข้าใจมากยิ่งขึ้นและมองเห็นภาพได้ชัดเจน


กิจกกรมต่อมาอาจารย์ได้ให้นักศึกษาเขียนว่า คณิตศาสตร์อยู่แห่งหนใดบ้าง ?
เช่น โรงเรียน วัด ห้าง ตลาด โรงพยาบาล บ้าน สวนสาธารณะ 

กิจกกรมต่อมาอาจารย์ให้เขียนว่า คณิตศาสตร์ใช้เมื่อใดบ้าง ?
เช่น ชั่งน้ำหนัก ซื้อของ โอนเงิน ไปตลาด เข้าร้านเกมส์


และกิจกกรรมสุดท้ายคืออาจารย์ให้พวกเราปรบมือตามจังหวะเพลง และให้พวกเราเขียนสัญลักษณ์
แทนท่าทางที่เราทำ และก่อนออกจากห้องอาจารย์ได้มีเพลงเกี่ยวกับคณิตศาตร์ให้เราร้องด้วยค่ะ






การประเมิน 

ประเมินตนเอง: ตั้งใจทำกิจกรรมค่ะและสนุกกับการเรียนค่ะ
ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจและตอบคำถามอาจารย์ได้ดีค่ะ
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนสนุกมากๆเลยค่ะวันนี้มีกิจกกรมให้ทำหลากหลาย


วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4

วันพุธ ที่31 มกราคม พ.ศ2561



   ความรู้ที่ได้รับ

อาจารย์ได้แจกกระดาษให้นักศึกษาแล้วนักศึกษาหยิบไปคนละ1แผ่น เพื่อนบางคนยังได้กระดาษไม่ครบ
ในห้องมีนักศึกษาจำนวน 19 แต่กระดาษมีแค่ 17 แผ่น อาจารย์ให้นักศึกษาช่วยกันคิดว่าจากปัญหานี้
สามารถนำมาเป็นโจทย์คณิตศาสตร์ได้อย่างไร


           กระดาษมีจำนวนน้อยกว่าคน
            
           กระดาษ < คน 
           
           17<19 
      
           19-17 =2 



  ต่อมาอาจารย์ได้แจกกระดาษให้คนละ 1 แผ่น อาจารย์ให้พับกระดาษเป็น2ส่วน ซึ่งแต่ละคน
  ก็พับในลักษณะที่คล้ายกัน เพราะพวกเรากลัวว่าจะผิด และต่อมาอาจารย์บอกว่าให้พับอีก
1 ครั้ง ก็ยังมีคนพับเหมือนๆกันอยู่เพราะกลัวผิดกลัวโดนว่า แต่อาจารย์บอกว่า อาจารย์
ไม่ได้กำหนดว่าทั้งสองส่วนต้องเท่ากันจะพับแบบไหนก็ได้ ดังนั้นเราจึงคิดดีๆก่อน
และหลังจากนั้นพวกเราก็พับกระดาษได้ไม่ซ้ำกับของเพื่อนๆ





 **คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมพัฒนาการซึ่งกิจกรรมนี้ก็ส่งเสริมให้เด็กได้คิด
พัฒนาการคือ พฤติกรรมที่แสดงออกมาในแต่ละระดับอายุ พัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับขั้น
อย่างต่อเนื่องเป็นขั้นบันได


การประเมินผล
 
ประเมินตนเอง : วันนี้ตั้งใจทำกิจกรมและคิดตามในสิ่งที่อาจารย์สอนค่ะ
ประเมินเพื่อน:   เพื่อนๆตั้งใจเรียนค่ะแต่อาจจะมีเล่นโทรศัพย์บ้าง
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจและสนุกมากๆค่ะ


วันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3

วันพุธ ที่24 พ.ศ 2561


ความรู้ที่ได้รับ

วันนี้อาจารย์ติดประชุมแต่ได้มอบหมายงานให้ทำคือ เกมการศึกษาที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์
ดิฉันได้ทำ เกมนาฬิกาพาสนุก โดยในเกมจะมีนาฬิกาและเวลามาให้ และมีบัตรคำ
จากนั้นให้ดูว่าบัตรคำเวลาตรงกับนาฬิกาเรือนไหนแล้วให้นำไปแปะที่นาฬิกา
ทำให้เด็กๆได้รู้ถึงการนับเวลาและการดูตัวเลข 

**เหมาะสำหรับเด็กอนุบาล 1-3




     


ประเมินผล  ❤  

   ประเมินตนเอง : วันนี้ดิฉันตั้งใจทำค่ะเข้าเรียนตรงเวลา

    ประเมินเพื่อน   : ผลงานของเพื่อนๆน่าสนมากค่ะและเพื่อนๆตั้งใจทำ                                         

วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2
วันที่ 19  มกราคม  2561
                                 


  วันนี้เริ่มเรียนการเขียนแผนผังสรุปความคิด  เรื่อง การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย    โดยแบ่งหัวข้อ  3 หัวข้อ    ดังนี้


1.การจัดประสบการณ์      ได้แก่   
         1.1 แนวคิดนักการศึกษา    
         1.2 หลักการจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์    
         1.3 รูปแบบการจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์
         1.4 การออกแบบหน่วยการเรียน
         1.5 ทักษะคณิตศาสตร์ที่เด็กควรปฏิบัติได้
         1.6 สาระของหน่วยที่เด็กควรเรียนรู้
         1.7 การเขียนแผนการจัดประสบการณ์
         1.8 สื่อ-อุปกรณ์ ในการจัดประสบการณ์
         1.9 การประเมิน
         1.10 การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ในชั้นเรียน
         1.11 บทบาทของผู้ปกครอง
2.คณิตศาสตร์    ได้แก่
         2.1 ความหมาย
         2.2 ความสำคัญ
         2.3 สาระการเรียนรู้  เช่น การนับ-จำนวน    ปริมาณ-ปริมาตร  การวัด  การเปรียบเทียบ-เรียงลำดับ  รูปทรง-ความสัมพันธ์
3.เด็กปฐมวัย    ได้แก่
         3.1 พัฒนาการด้่นสติปัญญา
         3.2 จิตวิทยาการเรียนรู้
         3.3 พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน  เช่น ด้านร่างกาย  ด้านอารมณ์-จิตใจ   ด้านสังคม  ด้านสติปัญญา

 การเขียนแผนผังความคิด ครั้งที่ 1  มีการเขียนที่ยังไม่ถูกต้อง ตามหลักการเขียนแผนผังความคิดและต่อมาอาจารย์
ให้นำกลับมาแก้ไขและได้ให้คำแนะนำ แผ่นผังครั้งที่2 เริ่มดีขึ้นเขียนได้ถูกต้องตามหลักการโดยเขียนให้สมดุลกับกระดาษ เขียนหัวข้อใหญ่ให้อยู่ตรงกลาง และการให้เส้นและสีให้ดูง่ายสบายสายตา

การเรียนการสอนในวันนี้

1. กิจกรรมฝึกกระบวนการคิด
อาจารย์ได้เริ่มกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยตารางการตื่นนอน โดยการให้นักศึกษานำชื่อของตนเองไปติดในตารางตามเวลาการตื่นนอนของตนเอง โดยมีตื่นก่อน 8 โมง ตื่น  โมง และตื่นหลัง 8 โมง 

สามารถทำให้รู้ว่า คนที่ตื่นนอนก่อนเวลา 8.00 น. มีจำนวน 10 คน  และ  คนที่ตื่นหลัง  8.00 น. มีจำนวน 14 คน  
การเปรียบเทียบทำให้รู้ว่า คนที่ตื่นนอนก่อนเวลา 8.00 น.มีจำนวนน้อยกว่า คนที่ตื่นหลัง 8.00 น.
การลบเลข  ทำโดยให้แต่ละคนดึงแผ่นชื่อออกไปพร้อมกันทั้ง 2 ฝั่ง  ก็จะทำให้ทราบจำนวนที่เหลือ

                                                               8.00  
คนที่ตื่นนอนก่อน  8.00 น
                  คนที่ตื่นนอนหลัง 8.00





 
จากตารางข้างต้นสิ่งที่เราได้จากตารางนี้คือ การออกแบบสื่อที่เหมาะสมและคุ้มค่า การใช้สื่อนี้กับการสอนเด็กคือ ทำให้เด็กได้เรียนรู้ในเรื่อง
  • เวลา 
  • สัญลักษณ์แทนค่าจำนวน 
  • การใช้เลขฮินดูอารบิกแทนจำนวน 
  • ตัวเลข,จำนวน,การเรียงลำดับ 
โดยครูต้องเป็นผู้ออกแบบสื่อให้เด็กให้เหมาะสมกับพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็ก และควรรู้วิธีการเรียนรู้ของเด็กว่าแต่ละวัยนั้นควรออกแบบสื่ออย่างไรจึงจะเหมาะสม เพราะเด็กนั้นเรียนรู้จากการได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง5 


ประเมินตนเอง
 วันนี้เข้าเรียนตรงตามเวลาค่ะแต่จะมีไม่เข้าใจบ้างแต่พออาจารย์อธิบายก็ทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นค่ะ ในการแผนผังก็เข้าใจดีค่ะ

ประเมินเพื่อน
วันนี้เพื่อนๆตั้งใจทำงานที่อาจารย์สั่งค่ะ และตั้งใจฟังที่อาจารย์ค่ะ

ประเมินอาจารย์
วันนี้อาจารย์มีกิจกรรมให้เล่นสนุกมากค่ะ อาจารย์บอกว่าหนูไม่ค่อยยิ้มหนูจะยิ้มเยอะๆนะคอาจารย์ บางทีอาจารย์นี่แหละค่ะทำให้หนูยิ้ม ขอบคุณอาจารย์มากๆเลยค่ะ 😆😆😆😆😆😆😆😆
                                                                    **ไม่ได้มาเรียนอ้างอิงข้อมูลจากนางสาวสุชัญญา บุญญบุตร

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1 
วันที่ 12  มกราคม  2561



วันนี้อาจารย์ชี้แจงแนวการสอนในรายวิชา การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ในส่วนเนื้อหาที่จะเรียนตามจุดประสงค์ในรายวิชา การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย  เวลาในการเรียน และคะแนนในรายวิชา   ให้สร้างบล็อกบันทึกหลังการเรียนรู้ รวมทั้งหาบทความ  การวิจัย  สื่อการสอนที่เกี่ยวในการเรียนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
              สุดท้ายการเรียนเป็นการตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับรายในวิชา  การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย  เป็นแบบทดสอบก่อนเรียนเพื่อทราบความรู้ที่มีอยู่ของแต่ละคนให้อาจารย์ทราบค่ะ


ประเมินเพื่อน

      วันนี้เพื่อนส่วนมากมาเข้าเรียนอย่างตรงต่อเวลาค่ะ  ทุกคนตั้งใจฟังอาจารย์ดีค่ะ
ประเมินอาจารย์
       
วันนี้อาจารย์มีการชี้แจงในเรื่องการบ้านอย่างชัดเจนเป็นอย่างดีค่ะ  ให้ความสำคัญกับนักศึกษาเป็นอย่างดี






สรุปงานวิจัย 
งานวิจัย การเปรียบเทียบความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลงกับการจัดประสบการณ์ตามคู่มือครู

ของ นางสุธีรา ท้าวเวชสุวรรณ /หลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต
สาขาวิชา หลักสูตรและการนิเทศ /มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี 2548



 คณิตศาสตร์มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์รวมถึงเป็นความรู้เครื่องมือที่ใชอยู่ในชีวิตประจำวัน การเตรียมความพร้อมที่สอดคล้องกับธรรมชาติและวุฒิภาวะและความสนใจมีความสำคัญต่อการพัฒนาด้านสติปัญญาของเด็กปฐมวัยซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญของเด็กที่ควรได้รับและส่งเสริมให้พัฒนา โดยผู้วิจัยได้จัดทำวิจัยการเปรียบเทียบประสบการณ์การเตรียมความพร้อมทางคณิตสาสตร์ โดยใช้การจัดประสบการณ์ตามคู่มือครูและการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลงเพื่อความพร้อมของเด็กปฐมวัยโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี เนื่องจากเกมการศึกษาและเพลงเป็นสื่อที่นักเรียนชอบ เหมาะสมกับวัย ช่วยให้เด็กสนุกสนานเพลิดเพลิน ทำให้เข้าใจบทเรียนได้ดีและเร็วขึ้น เพื่อจะได้ปูพื้นฐานที่มั่นคงในการเรียนคณิตศาสตร์ต่อไป และเพื่อแก้ปัญหาเด็กปฐมวัยในจังหวัดกาญจนบุรีที่มีพัฒนาการด้านสติปัญญาต่ำกว่าพัฒนาการด้านอื่นๆ

     การวิจัยนี้เป็นการเปรียบเทียบความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลงกับการจัดประสบการณ์ตามคู่มือครู ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากนักรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวนสองกลุ่ม โดยจัดประสบการณ์ตามแผนการสอน
     ผู้วิจัยได้ทำการทดลองกับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 ของโรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี โดยสุ่มตัวอย่างจาก 2 ห้องเรียน คือห้อง 2/4 และห้อง 2/6 ห้องเรียนละ 30 คน โดยห้อง 2/4 เป็นกุ่มทดลอง และ 2/6 เป็นกลุ่มควบคุม
กลุ่มควบคุม     ได้รับการจัดประสบการณ์ตามคู่มือครู
กลุ่มทดลอง     ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลง
เนื้อหาที่นำมาใช้ทดลอง คือ เนื้อหาที่สร้างแผนการจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์ ประกอบด้วยเนื้อหาดังนี้ 1) การนับสิ่งต่างๆ 2) การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง 3)การเปรียบเทียบจำนวนมากกว่า น้อยกว่า เท่ากับ 4)การนับจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง

วิธีการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลง 
         โดยเริ่มต้นทดสอบก่อนเรียน แล้วใช้เกมและเพลงที่สอดคล้องกับคณิตศาสตร์เร้าความสนใจของเด็ก นำเข้าสู่บทเรียน ให้ความรู้ใหม่โดยครูอธิบายกติกาการเล่นเกมแต่ละเกมแล้วนักเรียนแบ่งกลุ่มทดลองเล่นเกมการศึกษาเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ ทำการสังกตพฤติกรรมการเล่นเกมการศึกษาตั้งแต่ต้นจนจบ ให้เด็กสรุปความรู้ที่ได้จากการเล่น ทดสอบหลังเรียน

วิธีการจัดประสบการณ์ตามคู่มือครู
          โดยเริ่มต้นทดสอบก่อนเรียน ครูแจกเกมการศึกษาอธิบายวิธีการเล่นเกมการศึกษาแต่ละชนิด นักเรียนทดลองเล่นเกมการศึกษาและเล่นตามคู่มือครู ทำการสังเกตพฤติกรรมการเล่นเกมการศึกษาตั้งแต่ต้นจนจบ สรุปความรู้ที่ได้รับ ทดสอบหลังเรียน

ผลสรุป หลังจากจัดประสบการณ์การเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย กลุ่มทดลองปละกลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยความพร้อมทางคณิตศาสตร์แตกต่างกัน  โดยความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาเเละเพลงสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่จัดประสบการณ์ตามคู่มือครู โดยเนื้อหาการจับคู่หนึ่งต่อหนึ่งได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุด และการนับจำนวนเพิ่ม ลด ได้คะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด จากความคิดเห็นของนักเรียนพบว่า เด็กมีควมพึงพอใจในการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาทุกด้าน ทั้งบรรยากาศ และวิธีการ
        

ดูตัวอย่างแผนได้ที่ https://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=2&cad=rja&uact=8&ved=0ahUKEwi7wbm_55TKAhWCcY4KHdFmADYQFgggMAE&url=http%3A%2F%2Fwww.thapra.lib.su.ac.th%2Fobjects%2Fthesis%2Ffulltext%2Fsnamcn%2FSutheera_Thaowetsuwan%2FFulltext.pdf&usg=AFQjCNEpNzUpPF1WFYmmVrLtGURmMu-yLQ&sig2=cCyFJLZtKW4Gkj9MbcU8ww&bvm=bv.110151844,d.c2E